top of page

NucleoFill

Program

เมื่อผิวเริ่มเปลี่ยนให้ฟื้นฟูที่ “คุณภาพผิว”

nucleofill_1920x1350_0.png

Nucleofill Strong

          เป็นอีกหนึ่งแนวทางในการดูแลคุณภาพผิวด้วย Polynucleotide หรือ PN โดยให้ ความสําคัญกับการฟื้นฟูสภาพผิว ความชุ้มชื้น ความยืดหยุ่น และความแข็งแรงของผิวอย่าง ค่อยเป็นค่อยไปเพราะเป้าหมายอาจไม่ใช่การทําให้ใบหน้าเปลี่ยนไปแต่คือ… ทําอย่างไรให้ “ผิว ของเรา” ดูดีขึ้นอีกครั้ง

เมื่อปัญหาไม่ได้อยู่ ที่ “รูปหน้า” แต่อยู่ที่ “คุณภาพของผิว”

เราอาจคุ้นเคยกับการสังเกตความเปลี่ยนแปลงของใบหน้าจากริ้วรอย ร่องลึก หรือรูปหน้าที่เริ่มเปลี่ยนไป แต่ในความเป็นจริง ผิวเองก็มีการเปลี่ยนแปลงตามเวลาเช่นกัน

  • ความชุ่มชื้นที่ลดลง

  • ความยืดหยุ่นที่ไม่เหมือนเดิม

  • ผิวที่เคยแน่นเริ่มดูบางลง

  • ผิวสัมผัสไม่เรียบเนียนเท่าเดิม

  • ความสดใสของผิวที่ลดลง ในกรณีแบบนี้ สิ่งที่ควรประเมินอาจไม่ใช่เพียง Volume หรือรูปหน้าแต่อาจเป็น Skin Quality — คุณภาพของผิวโดยรวม

Nucleofill Strong คืออะไร?

          Nucleofill เป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Polynucleotide หรือ PN ที่ใช้ในแนวทางการดูแลคุณภาพผิว โดย ข้อมูลของ Nucleofill ระบุว่า PN มีแหล่งที่มาจาก DNA ปลาแซลมอน และผลิตภัณฑ์ไม่ได้ถูกออกแบบ มาเพื่อเพิ่มปริมาตรหรือปรับรูปหน้าเหมือนสารเติมเต็ม แต่เน้นการดูแลคุณภาพของผิวในบริเวณที่แพทย์ ประเมินว่าเหมาะสม สําหรับ Nucleofill Strong จะเป็นรุ่นที่เหมาะกับผิวที่ต้องการการดูแลมากขึ้น เช่น ผิวที่เริ่มไม่แน่น ขาด ความยืดหยุ่น หรือเริ่มมีความหย่อนคล้อย โดยสามารถพิจารณาใช้กับบริเวณใบหน้าและลําคอได้ตามการ ประเมินของแพทย์

3 มิติของการดูแลคุณภาพผิวที่ได้จาก โปรแกรมนี้

     01 — ความชุ่มชื้นของผิว เมื่อผิวสูญเสียความชุ่มชื้น ผิวอาจดูแห้ง เหนื่อย ไม่เรียบเนียน และทําให้ริ้วรอยเล็ก ๆ ดูชัดขึ้น โปรแกรมนี้จะเข้ามาฟื้นฟูดูแลความชุ่มชื้นและปรับปรุงคุณภาพผิวโดยรวม

     02 — ความยืดหยุ่นและความแน่นของผิว เมื่อโครงสร้างของผิวเปลี่ยนไปตามช่วงวัย ผิวอาจเริ่มรู้สึกไม่แน่นหรือคืนตัวได้ไม่เหมือนเดิม Nucleofill Strong ถูกวางไว้สําหรับผิวที่ต้องการการฟื้นฟูมากกว่ารุ่นที่เน้นการดูแลทั่วไป โดยเฉพาะผิว ที่เริ่มไม่แน่นหรือมีความหย่อนคล้อยเล็กน้อย

     03 — คุณภาพผิวโดยรวม บางคนไม่ได้มีร่องลึกชัดเจน ไม่ได้สูญเสีย Volume มาก และไม่ได้ต้องการเปลี่ยนรูปหน้า แต่ต้องการให้ผิวดูเรียบขึ้นผิวดูสดใสขึ้นสัมผัสของผิวดูดีขึ้นและภาพรวมดูสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ นี่คือกลุ่มปัญหาที่ต้องมองในมิติของ Skin Quality มากกว่าการแก้เฉพาะจุด

Nucleofill Strong ทํางานอย่างไรกับผิว?

          หลังการฉีด PN จะถูกวางในชั ้นและตําแหน่งที่แพทย์ออกแบบไว้ เพื่อการฟื้นฟูของผิว ผลลัพธ์จึงไม่ได้มี ลักษณะเหมือนการใส่สารเติมเต็มแต่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ค่อย ๆ เกิดขึ้นตามสภาพผิวและการตอบ สนองของแต่ละบุคคล นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทําไม Nucleofill Strong จึงเหมาะกับคนที่ไม่ได้กําลังมองหา  “ทําอย่างไรให้หน้าดูเต็มขึ้น?” แต่กําลังถามว่า “ทําอย่างไรให้ผิวของฉันกลับมาดูดีขึ้น?”

หนึ่งในคําถามที่พบบ่อยคือ Nucleofill Strong ต่างจาก Filler อย่างไร?

          แม้ทั้งสองโปรแกรมจะเป็นหัตถการแบบฉีด แต่มีเป้าหมายแตกต่างกัน Filler ให้ความสําคัญกับการเติมปริมาตร แก้ไขร่อง หรือปรับสัดส่วนและโครงสร้างของใบหน้า ในขณะที่ Nucleofill ไม่ได้มีเป้าหมายหลักเพื่อเพิ่ม Volume แต่เน้นการดูแลคุณภาพผิวด้วย PN และในบางเคส อาจมีปัญหาหลายระดับเกิดขึ้นพร้อมกัน ซึ่งแพทย์สามารถวางแผนการดูแลร่วมกันได้ ตามความเหมาะสม

แล้ว Nucleofill Strong ต่างจาก Skin Booster อย่างไร?

          Skin Booster หลายโปรแกรมมีเป้าหมายหลักในเรื่องความชุ่มชื้น ความอิ่มนํ้า และผิวที่ดูฉ่ำขึ้น ขณะที่ Nucleofill Strong ถูกวางอยู่ในแนวทางที่ให้ความสําคัญกับ การฟื้นฟูคุณภาพผิวด้วย PN  และรุ่น Strong เหมาะกับผิวที่ต้องการการดูแลด้านความแน่นและความยืดหยุ่นมากขึ้น 

nucleofill2_v2_1920x1920_0.png

Nucleofill Strong เหมาะกับใคร?

Nucleofill Strong อาจเป็นหนึ่งในตัวเลือกสําหรับผู ้ที่เริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของคุณภาพผิว เช่น

  • ผิวไม่แน่นเหมือนเดิม

  • เริ่มรู้สึกถึงความหย่อนคล้อยเล็กน้อย

  • ผิวขาดความยืดหยุ่น

  • ผิวแห้งหรือดูขาดน้ำ

  • ผิวสัมผัสไม่เรียบเนียน

  • มีริ้วรอยตื้นๆ

  • ผิวดูเหนื่อยและไม่สดใส

  • ต้องการดูแลคุณภาพผิวโดยไม่เน้นการเพิ่มวอลลุ่มให้ใบหน้า

 

** แหล่งข้อมูลเกี่ยวกับ Nucleofill ระบุว่า Strong เหมาะกับบริเวณใบหน้า ลําคอ และผิวที่ต้องการการ ฟื้นฟูมากกว่ารุ่น Medium อย่างไรก็ตาม ความเหมาะสมจริงควรประเมินเป็นรายบุคคล

บริเวณไหนที่สามารถทําได้?

          สําหรับ Nucleofill Strong บริเวณที่แพทย์อาจพิจารณา ได้แก่

​

  • ใบหน้า ในผู ้ที่เริ่มมีปัญหาคุณภาพผิว ความยืดหยุ่นลดลง หรือผิวไม่แน่นเหมือนเดิม

  • แก้มและ Mid-face ในเคสที่แพทย์ต้องการดูแลคุณภาพผิวบริเวณกลางใบหน้า โดยจะเลือกตําแหน่งและชั ้นของการฉีดตาม โครงสร้างของแต่ละคน

  • ลําคอ เป็นอีกบริเวณที่มักสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของผิวตามเวลา และ Nucleofill Strong สามารถพิจารณา ใช้ได้ตามสภาพผิวและแผนการรักษา

 

ไม่จําเป็นต้องฉีดเหมือนกันทุกคนเพราะตําแหน่งที่ “ควรทํา” สําคัญกว่าจํานวนจุดที่ “ทําได้”

ไม่ใช่ Pattern เดียวสําหรับทุกใบหน้า

          หนึ่งในหลักสําคัญของ Dr.Thitima Clinic คือเราไม่ได้เริ่มจาก “ต้องฉีดกี่จุด”แต่เริ่มจาก “ปัญหาอยู่ตรง ไหน” ก่อนทําแพทย์จะประเมินภาพรวมของใบหน้าและผิว เช่น

​

  • คุณภาพผิวในแต่ละบริเวณ

  • ความหนาและลักษณะของผิว

  • ความยืดหยุ่น

  • ระดับความหย่อนคล้อย

  • การสูญเสียวอลลุ่ม

  • โครงสร้างใบหน้า

  • ตําแหน่งที่คนไข้กังวล

  • รวมถึงหัตถการที่เคยทํามาก่อน

 

เพราะบางครั ้งสิ่งที่คนไข้รู ้สึกว่าเป็น “ผิวหย่อน”อาจไม่ได้เกิดจากคุณภาพผิวเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกี่ยวข้องกับไขมัน โครงสร้าง กระดูก เนื้อเยื่อ หรือหลายองค์ประกอบร่วมกัน การประเมินก่อนทําจึงมีความสําคัญมากกว่าการเลือกโปรแกรมจากชื่อเพียงอย่างเดียว

nucleofill1_v3_1920x1920_0.png

DR.THITIMA APPROACH

ประเมินก่อนเลือกโปรแกรม ไม่ใช่เลือกโปรแกรมแล้วค่อยหาตำแหน่งทำ

          การมีผลิตภัณฑ์ที่ดี ไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะกับทุกปัญหา Dr.Thitima Clinic จึงให้ความสำคัญกับการวางแผนก่อนทำทุกเคส

 ASSESS

          แพทย์เริ่มจากประเมินสิ่งที่คุณกังวลจริง และตรวจดูคุณภาพผิวร่วมกับโครงสร้างใบหน้า

IDENTIFY

          แยกให้ออกว่าปัญหาหลักเกิดจาก Skin Quality, Volume, Laxity หรือมีหลายปัจจัยร่วมกัน

DESIGN

          ออกแบบบริเวณ ตำแหน่ง เทคนิค ปริมาณ และลำดับการดูแลให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

TREAT

          ดำเนินการโดยแพทย์ พร้อมปรับเทคนิคตาม Anatomy และลักษณะผิวของแต่ละเคส

FOLLOW

          ติดตามการเปลี่ยนแปลงและพิจารณาแผนการดูแลต่อเนื่องตามการตอบสนองของผิว

เทคนิคเดียว อาจไม่เหมาะกับทุกคน

           Nucleofill สามารถใช้เทคนิคการฉีดได้มากกว่าหนึ่งรูปแบบ ขึ้นอยู่กับบริเวณ ชั้นผิว และเป้าหมายของการรักษา เช่น การวางเป็นจุด หรือการกระจายผ่าน Cannula ในพื้นที่ที่เหมาะสม โดยแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับ Nucleofill Strong กล่าวถึงทั้ง 5-point technique, cannula และ micro-injection เป็นเทคนิคที่อาจพิจารณาใช้ตามแต่ละเคส Anatomy และปัญหาของแต่ละใบหน้าไม่เหมือนกันเทคนิคจึงควรถูกเลือกจาก“สิ่งที่ผิวต้องการ”มากกว่า“สูตรเดียวสำหรับทุกคน”​

หลังทำ Nucleofill Strong

ผิวเปลี่ยนอย่างไร?

          Nucleofill Strong ไม่ใช่โปรแกรมที่มีเป้าหมายเพื่อทำให้รูปหน้าเปลี่ยนทันทีแบบการเติม Volume การเปลี่ยนแปลงของผิวจึงมีลักษณะค่อยเป็นค่อยไป ช่วงแรกหลังทำ บางรายอาจรู้สึกถึงความชุ่มชื้นและสัมผัสผิวที่เปลี่ยนไป จากนั้นคุณภาพผิวด้านความเรียบเนียน ความยืดหยุ่น และความแน่นจะค่อย ๆ เปลี่ยนไปตามกระบวนการของผิวและการตอบสนองของแต่ละบุคคล

​

ต้องทำ Nucleofill Strong กี่ครั้ง?

          แพทย์มักแนะนำให้ทำการรักษาอย่างต่อเนื่องประมาณ 3 – 4 ครั้ง เพื่อให้ผิวได้รับการฟื้นฟูอย่างเต็มที่ โดยในแต่ละครั้งควรเว้นระยะห่างกันประมาณ 2 – 3 สัปดาห์ ทั้งนี้จำนวนครั้งในการฉีด Nucleofill อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการประเมินของแพทย์
สำหรับ Dr.Thitima Clinic แพทย์จะเป็นผู้กำหนดจำนวนครั้งและระยะห่างให้เหมาะกับแต่ละบุคคลหลังการประเมินเพราะเราไม่ได้ต้องการให้ทุกคนทำ “จำนวนครั้งเท่ากัน”แต่ต้องการให้จำนวนครั้งสัมพันธ์กับ สิ่งที่ผิวของแต่ละคนต้องการจริง ๆ

Nucleofill Strong ทำร่วมกับโปรแกรมอื่นได้ไหม?

ในบางเคส การเปลี่ยนแปลงของใบหน้าไม่ได้เกิดขึ้นเพียงระดับเดียวตัวอย่างเช่น คนหนึ่งอาจมีทั้ง

  • คุณภาพผิวลดลง

  • ความหย่อนคล้อย

  • และการสูญเสียวอลลุ่มบางตำแหน่ง

หากดูแลเฉพาะ Skin Quality เพียงอย่างเดียว อาจไม่ตอบโจทย์ทั้งหมดในทางกลับกัน หากเติม Volume อย่างเดียว แต่ไม่ดูแลคุณภาพผิว ภาพรวมของผิวก็อาจยังไม่ตอบโจทย์ แพทย์จึงอาจพิจารณาการทำ Nucleofill Strong ร่วมกับแนวทางอื่น เช่น โปรแกรมดูแล Skin Quality ชนิดอื่น สารเติมเต็ม โปรแกรมกระตุ้นคอลลาเจน หรือเทคโนโลยียกกระชับทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องทำหลายโปรแกรมแต่เป็นแนวคิดของ

​

Treatment Stacking อย่างมีเหตุผล

  • เลือกเฉพาะสิ่งที่จำเป็น         

  • ทำในลำดับที่เหมาะสม

  • และมีเป้าหมายของแต่ละ Treatment ชัดเจน

ขั้นตอนก่อนทํา Nucleofill Strong

  1. Consultation พูดคุยกับแพทย์ถึงปัญหาที่กังวล สิ่งที่ต้องการ และประวัติการทําหัตถการที่ผ่านมา

  2. Facial & Skin Assessment แพทย์ประเมินคุณภาพผิว โครงสร้างใบหน้า และวิเคราะห์ว่าปัญหาหลักอยู่ที่ระดับใด

  3. Treatment Design กําหนดบริเวณ ตําแหน่ง เทคนิค และแผนการดูแลที่เหมาะกับเคสนั้น

  4. Preparation ทําความสะอาดบริเวณที่จะทําและเตรียมผิวตามมาตรฐานของคลินิก อาจมีการใช้ยาชาตามความ เหมาะสม

  5. Treatment แพทย์เป็นผู้ดําเนินการ โดยเลือกเทคนิคตามตําแหน่งและลักษณะของผิว

  6. Aftercare หลังทํา ทีมแพทย์จะแนะนําวิธีดูแลตัวเอง รวมถึงสัญญาณผิดปกติที่ควรติดต่อคลินิก

ก่อนทํา ควรเตรียมตัวอย่างไร?

          ก่อนเข้ารับบริการ ควรแจ้งแพทย์เกี่ยวกับโรคประจําตัว ประวัติการแพ้ยา ประวัติแพ้อาหาร ยาและอาหาร เสริมที่ใช้อยู่ รวมถึงหัตถการที่เพิ่งทําบริเวณใบหน้า หากใช้ยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด ไม่ควรหยุดยาด้วยตัวเอง แต่ควรแจ้งแพทย์ผู ้รักษาและแพทย์ผู้ทําหัตถการเพื่อประเมินก่อน หากบริเวณที่จะทํามีการติดเชื้อ แผลเปิด สิวอักเสบรุนแรง เริม หรือการอักเสบ ควรแจ้งแพทย์และอาจ ต้องเลื่อนการทําออกไป ผู้ที่ตั ้งครรภ์ ให้นมบุตร มีประวัติแพ้ปลาหรือแซลมอนอย่างรุนแรง มีความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันบาง ประเภท หรือมีภาวะเลือดออกง่าย ควรได้รับการประเมินเป็นพิเศษก่อนพิจารณาทํา

หลังทําต้องพักฟื้นไหม?

หลังฉีดอาจพบอาการเฉพาะบริเวณชั่วคราว เช่น

  • รอยเข็ม

  • รอยแดง

  • ตุ่มนูนจากตัวยา

  • อาการบวม

  • ความรู้สึกตึงหรือระบม

  • หรือรอยชํ้าในบางราย

​

          โดยอาการทั่วไปมักค่อย ๆ ลดลง แต่ระยะเวลาจะแตกต่างกันในแต่ละบุคคลหากมีอาการปวดมากขึ้น เรื่อย ๆ บวมแดงร้อนผิดปกติ มีไข้ มีหนอง หรือมีอาการแพ้ ควรติดต่อคลินิกและให้แพทย์ประเมินทันที

การดูแลหลังทํา

ในช่วงแรกควรหลีกเลี่ยงการกด คลึง หรือนวดบริเวณที่ฉีดโดยไม่จําเป็น

​

     ✅ หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทําให้ร่างกายร้อนจัด เช่น การออกกําลังกายหนัก ซาวน่า หรืออบไอนํ้า ตามระยะ เวลาที่แพทย์แนะนํา

     ✅ เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่อ่อนโยน และหลีกเลี่ยงสารผลัดเซลล์ผิวหรือผลิตภัณฑ์ที่ก่อการระคาย เคืองในช่วงแรก

​

รวมถึงปฏิบัติตามคําแนะนําเฉพาะที่แพทย์ให้หลังทํา เนื่องจากตําแหน่งและเทคนิคของแต่ละเคสอาจ แตกต่างกัน

Artboard 1.png

​คําถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Nucleofill Strong

​

          Nucleofill Strong เป็น Filler หรือไม่?

          ไม่ใช่ในความหมายของสารเติมเต็มที่มีเป้าหมายหลักเพื่อเพิ่มวอลลุ่มหรือปรับรูปหน้า Nucleofill เป็นผลิตภัณฑ์กลุ่ม PN ที่มุ่งดูแลคุณภาพผิวเป็นหลัก ขณะที่ Filler ใช้สําหรับเพิ่มปริมาตร แก้ร่อง หรือปรับ โครงสร้างในตําแหน่งที่เหมาะสม

 

          Nucleofill Strong เป็น Skin Booster หรือ Biostimulator? 

          Nucleofill ถูกจัดอยู่ในแนวทางการดูแลคุณภาพผิวด้วย Polynucleotide และมีการกล่าวถึงในกลุ่ม Biostimulator เนื่องจากเป้าหมายไม่ได้มีเพียงการเติมความชุ่มชื้น แต่ครอบคลุมการฟื้นฟูคุณภาพผิว ด้วย

​

          ทําแล้วหน้าจะเปลี่ยนไหม?

          เป้าหมายหลักไม่ใช่การเปลี่ยนรูปหน้าหรือเพิ่ม Volume แบบ Filler แต่เน้นคุณภาพผิว ดังนั ้นลักษณะการเปลี่ยนแปลงจึงมักเป็นด้าน Skin Quality มากกว่า Facial Shape 

​

          Nucleofill Strong เห็นผลทันทีหรือไม่?

          หลังทําบางรายอาจรู้สึกถึงความชุ่มชื้นของผิว แต่การเปลี่ยนแปลงด้านความยืดหยุ่น ความแน่น และ คุณภาพผิวจะค่อย ๆ เกิดขึ้น และแตกต่างกันตามสภาพผิวและการตอบสนองของแต่ละคน

​

​

          ต้องทํากี่ครั้ง?

          แพทย์มักแนะนําให้ทําการรักษาอย่างต่อเนื่องประมาณ 3–4 ครั้ง เพื่อให้ผิวได้รับการฟื้นฟูอย่างเต็มที่ โดยในแต่ละครั้งควรเว้นระยะห่างกันประมาณ 2–3 สัปดาห์ ทั้งนี้จํานวนครั ้งในการฉีด Nucleofill อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการประเมินของแพทย์

​

         Nucleofill Strong เจ็บไหม?

          ความรู้สึกระหว่างทําแตกต่างกันตามแต่ละบุคคล บริเวณที่ทํา และเทคนิคที่ใช้ โดยสามารถมีการใช้ยา ชาหรือวิธีลดความรู้สึกไม่สบายตามความเหมาะสม

​​

          ทําแล้วมีตุ่มไหม?

          เนื่องจากเป็นหัตถการแบบฉีด อาจมีตุ่ม รอยเข็ม รอยแดง หรืออาการบวมชั่วคราวได้ ลักษณะและระยะเวลาขึ้นอยู่กับเทคนิค บริเวณที่ฉีด และการตอบสนองของแต่ละบุคคล

​

          สามารถทําร่วมกับ Filler ได้หรือไม่?

          สามารถมีแผนที่ใช้ร่วมกันได้ในบางเคส เพราะทั้งสองโปรแกรมมีเป้าหมายต่างกัน แต่แพทย์ควรเป็นผู้กําหนดตําแหน่ง ลําดับ และช่วงเวลาที่เหมาะสม

​

          ทําร่วมกับเครื่องยกกระชับได้หรือไม่? 

          สามารถพิจารณาร่วมกันได้หากมีทั้งปัญหา Skin Quality และความหย่อนคล้อยแต่ควรวางลําดับ Treatment โดยแพทย์ เนื่องจากแต่ละโปรแกรม ทํางานในระดับและมีเป้าหมายแตกต่างกัน

​

          คนที่แพ้ปลาสามารถทําได้ไหม?

          ควรแจ้งแพทย์ก่อน เนื่องจาก PN ใน Nucleofill มีแหล่งที่มาจากปลาแซลมอน ผู้ที่มีประวัติแพ้ปลาหรือ อาหารทะเลอย่างรุนแรงควรได้รับการประเมินอย่างละเอียดก่อนพิจารณาทํา

​

          ต้องพักหน้ากี่วัน?

          โดยทั่วไปสามารถดําเนินชีวิตประจําวันได้ แต่สามารถมีรอยแดง บวม รอยเข็ม ตุ่ม หรือรอยชํ้าชั่วคราวได้ จึงควรวางแผนก่อนงานสําคัญและสอบถามแพทย์ถึงระยะฟื้นตัวของเทคนิคที่ใช้ในเคสของตนเอง

bottom of page