OLIGIO X
New IN
Monopolar Radiofrequency Platform for Dermal Remodeling and Tissue Tightening
ผิวยก เพราะพลังงานลงถูกชั้น — นี่คือ Oligio

คือเทคโนโลยีความงามทางการแพทย์ที่ใช้หลักการของคลื่นความถี่วิทยุแบบขั้วเดียว (Monopolar RF) ที่ความถี่ 6.78MHz
-
Lifting : ยกกระชับผิว
-
Skin Laxity : ลดความหย่อนคล้อย
-
Neocollagenesis : กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ตามธรรมชาติ
กลไกการทำงาน : เครื่องจะส่งกระแสไฟฟ้าความถี่สูง ทำให้เกิดการเปลี่ยนขั้วของโมเลกุล ในเนื้อเยื่อหลายแสนถึงหลายล้านครั้งต่อวินาทีการสั่นสะเทือนของโมเลกุลนี้จะเปลี่ยนเป็น พลังงานความร้อนลึกที่อุณหภูมิ 40-60°C บนเนื้อเยื่อ ซึ่งความร้อนนี้เองที่เป็นกุญแจสำคัญ ในการยกกระชับ
การหย่อนคล้อยของผิว (Skin Laxity) เกิดจากการเสื่อมของโครงสร้าง Extracellular Matrix ภายในชั้น Dermis
โดยเฉพาะการลดลงของ Collagen Type I และ III รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของเส้นใย Elastin เมื่อโครงสร้างคอลลาเจนสูญเสียความหนาแน่นและการจัดเรียงตัว ผิวจึงสูญเสียแรงพยุง (Structural Support) นำไปสู่กรอบหน้าไม่ชัด ร่องลึก และผิวที่ดูบางลง OLIGIO X ถูกพัฒนาเพื่อกระตุ้น “Dermal Remodeling” โดยอาศัยหลักการให้พลังงานความร้อนแบบควบคุม (Controlled Thermal Injury)

เทคโนโลยี: หลักการทำงานของ Monopolar RF
โปรแกรม OLIGIO X เป็นระบบ Monopolar Radiofrequency (RF)
ที่ส่งพลังงานคลื่นวิทยุผ่านผิวหนังลงสู่ชั้นลึก โดยไม่ทำลายผิวชั้นบน (Non-ablative)
กลไกสำคัญทางสรีรวิทยา
-
Dual Mode GXG mode
คือการใช้ Dual Mode (GXG Mode) ผสานกันเพื่อให้ครอบคลุม ทั้งผิวชั้นบน
และผิวชั้นลึกในคราวเดียว โดยมีขั้นตอนการทำงาน ที่เป็นเอกลักษณ์เรียกว่า "GXG Dual Mode" -
Immediate Collagen Contraction
อุณหภูมิที่เหมาะสม (ประมาณ 40–60°C ในชั้น Dermis)
ทำให้เส้นใยคอลลาเจนหดตัวทันทีจากกระบวนการ Denaturation บางส่วน
-
Wound Healing Cascade Activation
ความร้อนระดับควบคุมกระตุ้น Fibroblast
ส่งผลให้เกิดกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ (Nucleogenesis) และ Elastogenesis
-
Progressive Dermal Thickening
ในช่วง 4–12 สัปดาห์หลังการรักษา
พบการเพิ่มความหนาแน่นของโครงสร้าง Dermal Matrix
ผลลัพธ์คือการยกกระชับที่เกิดจากการปรับโครงสร้างเนื้อเยื่อ ไม่ใช่เพียงการดึงผิวชั่วคราว

จุดเด่นของโปรแกรม OLIGIO X
-
ระบบปล่อยพลังงานสม่ำเสมอ (Uniform Energy Delivery)
-
Real-time Temperature Control
-
Contact Cooling System เพื่อลด Epidermal Damage
-
ลด Pain Perception เมื่อเทียบกับ RF รุ่นก่อนหน้า
-
ไม่มีแผล ไม่มี Downtime แบบหัตถการผ่าตัด
OLIGIO X เหมาะสำหรับภาวะดังต่อไปนี้
-
Mild to Moderate Skin Laxity
-
Early Facial Sagging
-
Jawline Definition Loss
-
Periorbital Laxity
-
Submental Skin Looseness
เหมาะสำหรับผู้ที่ยังไม่ต้องการ Surgical Intervention หรือ ผู้ที่ต้องการชะลอการทำศัลยกรรม

บริเวณที่สามารถรักษาได้
-
ใบหน้า (Full Face Tightening)
-
กรอบหน้าและแนว Mandibular Line
-
ใต้คาง (Submental Area)
-
รอบดวงตา (Periorbital Area)
-
ลำคอ

ประสบการณ์ระหว่างการรักษา
ก่อนทำ แพทย์จะประเมินระดับ Skin Laxity และ Thickness
เพื่อกำหนด Energy Setting ที่เหมาะสม
ระหว่างทำ ผู้รับบริการจะรู้สึกอุ่นลึกใต้ผิว
ซึ่งเป็นผลจากการส่งพลังงานสู่ชั้น Dermis
หลังทำอาจมี Erythema เล็กน้อย ซึ่งมักหายภายในไม่กี่ชั่วโมง
สามารถกลับไปทำกิจกรรมตามปกติได้

ผลลัพธ์ที่คาดหวัง
-
Immediate Tightening บางส่วนหลังทำ
-
Progressive Improvement ภายใน 4–12 สัปดาห์
-
ผิวแน่นขึ้นจากการเพิ่ม Dermal Density
-
กรอบหน้าคมชัดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
ผลลัพธ์และระยะเวลาคงอยู่ขึ้นกับสภาพผิว อายุ และพฤติกรรมการดูแลผิวของแต่ละบุคคล
Safety Profile
เนื่องจากเป็นเทคโนโลยี Non-ablative
ความเสี่ยงของ Post-inflammatory Hyperpigmentation ต่ำ
เมื่อทำโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์
การควบคุมพลังงานและอุณหภูมิอย่างแม่นยำ
ช่วยลดความเสี่ยงของ Epidermal Burn และ Overheating
แนวทางการรักษาแบบผสมผสาน (Combination Therapy)
OLIGIO X สามารถใช้ร่วมกับ
-
High-Intensity Focused Ultrasound (HIFU)
-
Dermal Fillers
-
Biostimulator
-
Skin Quality Treatment
โดยแพทย์จะวางแผนตามโครงสร้างใบหน้าและเป้าหมายการรักษา











