New IN
TheraFill

โปรแกรม TheraFill (TheraFill Collagen Injectable)
นิยามใหม่ของการฟื้นฟูผิวในยุคที่ผิวต้องการมากกว่าคำว่าเต่งตึง
ในวันที่ชีวิตเร่งรีบ ความเครียด มลภาวะ และอายุที่เพิ่มขึ้น ทำให้ผิวค่อย ๆ สูญเสียสิ่งสำคัญที่สุดไปโดยไม่รู้ตัว — คอลลาเจน โครงสร้างหลักที่ทำให้ผิวแน่น เรียบ และดูมีชีวิตชีวา หลายคนพยายามดูแลผิวด้วยสกินแคร์หรือทรีตเมนต์ภายนอก แต่เมื่อเวลาผ่านไป ปัญหาริ้วรอย ผิวบาง ขาดความยืดหยุ่น และความไม่สดใส ยังคงสะท้อนออกมาบนใบหน้าอย่างชัดเจน นั่นเพราะผิวไม่ได้ต้องการแค่การปกปิดหรือเติมวอลุ่มชั่วคราว แต่ต้องการการฟื้นฟูจาก โครงสร้างภายใน อย่างแท้จริง
โปรแกรม TheraFill จึงถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผิวในยุคนี้ ด้วยแนวคิดของการเติม คอลลาเจนสด (Injectable Atelocollagen) เข้าสู่ผิวโดยตรง เพื่อทดแทนสิ่งที่ผิวสูญเสียไปตามวัย ช่วยฟื้นฟูคุณภาพผิวให้กลับมาแข็งแรง อิ่มฟู และดูเป็นธรรมชาติ โดยไม่เปลี่ยนรูปหน้า ไม่สร้างลุคที่ดูเป็นงานฉีด เหมาะสำหรับผู้ที่เข้าใจว่าความสวยในปัจจุบัน ไม่ใช่แค่ดูเด็กลง แต่คือการมีผิวที่ดูดีในแบบของตัวเอง — เรียบเนียน สุขภาพดี และมั่นใจในทุกช่วงวัย
ผลิตโดยบริษัท CELLONTECH ประเทศเกาหลีใต้ ผู้นำด้านคอลลาเจนทางการแพทย์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก KFDA (Korea FDA), CE (ยุโรป) และ U.S. FDA (อเมริกา) รวมทั้งยังเป็นผู้ผลิตคอลลาเจนสำหรับงานเวชศาสตร์ฟื้นฟูระดับโลก

โปรแกรม TheraFill คืออะไร
โปรแกรม TheraFill คือ คอลลาเจนบริสุทธิ์ชนิด Atelocollagen ซึ่งผ่านกระบวนการลดโอกาสการแพ้
สามารถฉีดเข้าสู่ผิวชั้นที่เหมาะสมเพื่อ
• เติมเต็มริ้วรอยและร่องผิวอย่างนุ่มนวล
• ฟื้นฟูโครงสร้างผิวให้แข็งแรงขึ้น
• กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนของผิวในระยะยาว
• เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์แนว ผิวดีขึ้นจริง ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ดูเป็นงานฉีด

หลักการทำงานของโปรแกรม TheraFill
• Immediate Filling Effect: ผิวดูอิ่มฟูและเรียบขึ้นหลังทำในระดับหนึ่ง
• Collagen Regeneration: คอลลาเจนช่วยกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้คุณภาพผิวดีขึ้นต่อเนื่อง
• Natural Result: ไม่เน้นการเปลี่ยนรูปหน้า แต่เน้นการฟื้นฟูผิวให้ดูอ่อนเยาว์อย่างสมดุล

โปรแกรม TheraFill เหมาะกับใคร
• ผู้ที่มีริ้วรอย ร่องตื้น–ปานกลาง
• ผู้ที่ผิวบาง ขาดความยืดหยุ่น
• ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวโดยไม่ต้องการวอลุ่มชัดแบบโปรแกรมฟิลเลอร์ HA
• ผู้ที่ต้องการผิวดูอิ่มฟู สุขภาพดี แบบเป็นธรรมชาติ
• ผู้ที่มีผิวแห้ง ขาดน้ำ
• ผู้ที่มีผิวเริ่มหย่อนคล้อย
• แก้มตอบ ใต้ตาลึก ทำให้ใบหน้าดูอิ่มฟู
• หลุมสิว แผลเป็น
• ปรับความเรียบเนียนของผิว ลดรูขุมขน

บริเวณที่นิยมทำโปรแกรม Therafill
• ใต้ตา / ร่องน้ำตา
• ร่องแก้มตื้น
• รอบปาก ริ้วรอยเล็ก ๆ
• ผิวหน้าโดยรวมเพื่อฟื้นฟูคุณภาพผิว
แพทย์จะเป็นผู้ประเมินบริเวณและเทคนิคการฉีดให ้เหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

ผลลัพธ์หลังทำ
• ผิวดูเรียบเนียน อิ่มฟูขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
• ริ้วรอยดูจางลง ผิวดูสดใส
• คุณภาพผิวดีขึ้นต่อเนื่องในช่วง 2–4 สัปดาห์
• ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานประมาณ 6–12 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลหลังทำ
ทำไมควรทำ TheraFill กับ Dr.Thitima Clinic
• ดูแลทุกเคสโดยแพทย์
• เน้นผลลัพธ์ที่เหมาะสมกับโครงสร้างผิวของแต่ละบุคคล
• ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความเป็นธรรมชาติของผลลัพธ์

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
: โปรแกรม TheraFill แตกต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปอย่างไร
TheraFill เป็นการเติม คอลลาเจนบริสุทธิ์ (Atelocollagen) เพื่อฟื้นฟูคุณภาพผิวและโครงสร้างผิวจากภายใน เน้นความเรียบเนียน อิ่มฟู และเป็นธรรมชาติ ในขณะที่ฟิลเลอร์ HA ทั่วไปมักเน้นการเพิ่มวอลุ่มหรือการปรับรูปทรงที่ชัดเจนกว่า
: ทำไมต้องเลือกเติมคอลลาเจนสด แทนการทำทรีตเมนต์
เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ผิวจะสูญเสียคอลลาเจนในชั้นลึก การทาหรือทรีตเมนต์ภายนอกอาจช่วยได้ในระดับผิวชั้นบนเท่านั้น การเติมคอลลาเจนสดด้วย TheraFill เป็นการดูแลผิวในระดับโครงสร้าง ช่วยแก้ปัญหาที่ต้นเหตุและให้ผลลัพธ์ที่ต่อเนื่องมากกว่า
: โปรแกรม TheraFill เหมาะกับใครบ้าง
เหมาะสำหรับผู้ที่มีริ้วรอยตื้น–ปานกลาง ผิวบาง ขาดความยืดหยุ่น หรือผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวให้ดูอิ่มฟูอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องการลุคที่ดูเป็นงานฉีดหรือวอลลาเมนต์ชัดเจน
: หลังทำ TheraFill จะเห็นผลเมื่อไหร่
หลังทำ ผิวจะดูอิ่มฟูและเรียบขึ้นในระดับหนึ่งทันที และจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของคุณภาพผิวที่ชัดเจนขึ้นในช่วงประมาณ 2–4 สัปดาห์ เมื่อคอลลาเจนเริ่มทำงานและกระตุ้นการฟื้นฟูผิว
: ผลลัพธ์ของ TheraFill อยู่ได้นานแค่ไหน
โดยทั่วไปผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานประมาณ 6–12 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิว ปริมาณที่ใช้ และการดูแลหลังทำของแต่ละบุคคล
: หลังทำต้องพักฟื้นหรือไม่
หลังทำสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ อาจมีรอยแดงหรือบวมเล็กน้อยในบางราย ซึ่งจะค่อย ๆ ดีขึ้นภายในไม่กี่วัน
: ควรทำ TheraFill กี่ครั้งจึงจะเห็นผลชัดเจน
แพทย์จะประเมินเป็นรายบุคคล โดยทั่วไปอาจแนะนำการทำต่อเนื่องตามแผนการดูแลผิว เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมและยั่งยืน











